PAINT-TIPS

7 เทคนิกดีๆ สำหรับการทาสีบ้านของคุณ

การสร้างสีสันให้กับบ้านสวยๆ ของคุณด้วยการทาสีใหม่ สามารถเพิ่มความสดใสไม่หมองมัวให้กับบ้านได้ เนื่องจากบ้านเมื่อผ่านการทาสีมาเป็นระยะเวลานาน ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงสภาพไปตามกาลเวลา บ้างอาจจะกลายเป็นสีเหลือง ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนนั้นทาสีขาว บ้างก็มีรอยขีด วาดรูปเล่น ยากจะลบทำลาย เมื่อตัดสินใจได้แล้วและมีเวลาเพียงพอ ก็มาเริ่มปฏิวัติรูปโฉมของห้องด้วยตัวคุณเองจากการทาสีเปลี่ยนห้องเก่าให้กลายเป็นใหม่กันได้เลย

Attractive young adult couple painting interior wall of house.

1. ข้อแรก จำไว้ว่าเวลาจะทาสีบ้าน คุณไม่ต้องฝืนตัวเอง ไม่ต้องรีบร้อนอยากทำให้มันเสร็จภายในวันเดียว ใจเย็นๆ ค่อยๆ ทำ การจะทำงานใหญ่ให้สวยงาม เราต้องทำอย่างปราณีต! ก่อนอื่นคุณค่อยๆ เลื่อนโซฟา เฟอร์นิเจอร์ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่มันกำลังขวางทางกำแพงที่อยู่ข้างหน้าคุณ ทำความสะอาดให้เรียบร้อย ไม่ให้มีคราบสกปรก

2. ใช้เทปสำหรับปิดคลุมพื้นผิวที่เราไม่ต้องการทาสี เพื่อให้บริเวณนั้นไม่เปื้อนสี

3. ใช้ไพร์เมอร์เคลือบที่บริเวณผิวกำแพง เพื่อป้องกันคราบต่างๆ และกลิ่นไม่พึงประสงค์ ในขณะที่มีการทาสีทับ เพื่อให้รวดเร็วขึ้น

paint4

4. เลือกซื้อเครื่องมือที่ต้องใช้สำหรับงานทาสีให้เหมาะสม แปรงทาสีขนาดใหญ่ แปรงขนาดเล็กสำหรับทาสีตามซอกมุม ลูกกลิ้ง หรืออื่นๆ อีกมากมาย เป็นต้น ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับบริเวณที่เราจะทาสีลงไป

5. เมื่อมีเครื่องมือที่ถูกต้องแล้ว เลือกใช้ให้เหมาะกับบริเวณก็แล้ว อย่าลืมใช้เครื่องมือเหล่านั้นให้ถูกวิธีของมัน อย่าใช้ผิดรูปแบบ มันอาจจะทำให้งานที่ได้ออกมาไม่สวยหรือไม่สมบูรณ์ได้ เช่น การใช้แปรงลูกกลิ้งทาสี จุ่มสีลงไปเพียงครึ่งหนึ่งของแปรงลูกกลิ้ง ค่อยๆ ทาลงไปบนกำแพง เพื่อระวังการจะทำให้สีหยดลงพื้นได้ อย่าจุ่มสีในปริมาณมาก อาจจะทำให้สีหยดลงพื้นและเป็นรอยด่างได้

paint3

6. ก่อนจะตัดสินใจลงมือทาสี ควรเลือกสีที่ตนเองต้องการแล้วไปทดลองการทาสีกับวัสดุอื่นก่อน เพื่อเปรียบเทียบสีว่าใช่อย่างที่เราต้องการหรือไม่ อย่าเพิ่งรีบร้อนตัดสินใจทาในทันที เพราะอาจทำให้สายเกินแก้ และทีนี่บ้านของคุณที่กำลังจะสวยงามด้วยกำแพงสีสดใหม่ อาจจะด่างเอาได้ง่ายๆ เพราะความรีบร้อน

7. ใช้แปรงทาสีลงไปตามเพดานและงานไม้ ก่อนที่จะทาสีกำแพง จากนั้นใช้ลูกกลิ้งกลิ้งสีลงไปบนกำแพง ค่อยๆ เริ่มจากมุมหนึ่งสู่มุมหนึ่ง ใช้แปรงขนาดเล็กลงมาตามเก็บงานบริเวณขอบต่างๆ

paint2

เทคนิกดีๆ สำหรับใครที่อยากลงมือปฏิบัติเปลี่ยนโฉมทาสีตกแต่งบ้านด้วยตัวคุณเอง ก็อย่าพลาดนำเทคนิกนี้ไปใช้ด้วยนะคะ

เทคนิคการทาสี
1. เลือกสีว่าจะเป็นอคริลิกแบบด้านหรือกึ่งเงา ถ้าผิวไม่เรียบก็ควรใช้แบบสีด้าน จะได้ไม่สะท้อนเงาโชว์ความขรุขระ

2. ใช้กระดาษกาวปิดส่วนที่เป็นขอบหน้าต่างหรือไม้ เผื่อสีเลอะ

3. ต้องลูกกลิ้งและแปรงทาสี ใช้ลูกกลิ้งที่เป็นโฟมจะง่ายกว่าแบบผ้า เพราะเวลากลิ้งสีไม่กระเด็น บริเวณที่ลูกกลิ้งเข้ามุมไม่ได้ ก็ใช้แปรงทาสี

4. ทาสีรองพื้นก่อน ถ้าเป็นห้องนอนและหน้าฝน ก็ใช้สูตรน้ำหรือสูตรที่มีกลิ่นฉุนน้อย เพราะอากาศชื้นระบายกลิ่นได้ช้า

5. ทาสีจริง 2 รอบ รอให้สีแห้งสัก 1 ชั่วโมงค่อยทารอบสอง

6. พยายามทาให้เสร็จในครั้งเดียว กลิ้งสีให้เป็นเนื้องานเีดียวกัน เพราะแม้แต่สีถังเดียวกัน พอกลิ้งรอบใหม่ ก็จะเห็นรอยคราบสีต่างกัน

การทำสีให้ออกมาคงทน

หลายท่าน เมื่อต้องการทำสี มักมองแล้วเป็นเรื่องที่ไม่ยาก เพียงไปหาซื้อสี แล้วนำมาทาหรือพ่น   แต่เมื่อทำออกแล้วทำไมถึงไม่ทน หลุดลอกง่าย สีอยู่ได้ไม่นานก็หลุดร่อน  ดังนั้นหลายคนก็คงอยากทราบเหตุผล  ว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ทั้งๆ ดูแล้วไม่ใช่เรื่องยากเลย

Paint Check

แต่ในความเป็นจริงแล้ว   เหมือนยังมีอะไรซ่อนอยู่อีกมาก ที่เราไม่ทราบมาก่อน ซึ่งเราขอแนะนำ เพื่อจะได้ทำสีออกมาแล้ว ใช้ได้นาน ทนทาน กว่าเดิม  ลองดูองค์ประกอบดังต่อไปนี้

1. เรื่องของตัวสี Paint Material

Paint

  • ก่อนอื่น ต้องรู้ว่าชิ้นงานของเราเป็นวัสดุประเภทใด เช่นไม้ เหล็ก อลูมิเนียม สังกะสี สเตนเลส คอนกรีต เป็นต้น
  • ต้องเลือกสีให้เหมาะสมกับชิ้นงานนั้น เช่น สีประเภทนั้นใช้กับไม้ แต่ไม่เหมาะกับเหล็ก หรือ อื่นๆ
  • ต้องรู้ว่าลักษณะที่จะใช้ เช่น ชิ้นงาน อยู่ในที่ร่ม  กลางแดด ใกล้น้ำ ความชื้น สัมผัสสารเคมี ต้องการทนการขีดข่วน หรือ อื่นๆ เป็นต้น
  • เมื่อเราทราบข้อมูลเบื้องต้นตามที่กล่าวมาแล้ว   เราก็สามารถเลือกประเภทของสีได้อย่างเหมาะสม สามารถศึกษาข้อมูลได้จากร้านค้า เอกสาร แคตตาล๊อค เป็นต้น

2. เรื่องของกรรมวิธี Method

หลังจากที่เราเลือกสีได้แล้วต้องนี้ก็ถึงขั้นตอนการทำแล้ว การทำสี ไม่ว่าจะเป็นการทา ใช้ลูกกลิ้ง หรือใช้พ่น ก็ต้องยึดตามหลักการที่ทางเจ้าของสีเป็นผู้กำหนด ไม่ควรคิดเอาเอง ว่าเอานั่นผสมนั่น แล้วจะใช้ได้ ควรปฏิบัติตามผู้ผลิตสีกำหนดอย่างเคร่งครัด

Paint Mix

  • การทำความสะอาดผิวชิ้นงาน เเช่น การลอกสี ต้องทำด้วยเครื่องมือ หรือ สารเคมี ประเภทใด ดูรายละเอียดเรื่องการตามพื้นผิวได้ที่นี่
  • การผสมสี  สีประเภทใด ควรใช้ ตัวเร่ง หรือ ทินเน่อร์ อะไร ?
  • ส่วนผสมก็สำคัญ เช่น อัตราส่วน ระหว่าง สี ( Paint ) : ตัวเร่ง ( Hardenner ) : ทินเน่อร์ ( Thinner ) ควรใส่ตามที่ผู้ผลิตระบุ เพื่อให้เกิดคุณสูงสุด
  • ระยะเวลาในการเซ็ทตัว การทำให้แห้ง การพ่นเที่ยวที่ 2 ความทำตามที่ระบุไว้ในเอกสาร หรือ คำแนะนำจากผู้ผลิตสีนั้นๆ
  • หากเป็นงานพ่น เรื่องของแรงดันลม ( Air Pressure)  ก็มีส่วนสำคัญ ซึ่งรวมไปถึงขนาดของอุปกรณ์ กาพ่นสี หัวฉีด ( Nozzle ) ก็มีผลต่อขนาดความหนาของสีเช่นเดียวกัน

หลังจากที่เราทราบว่าต้องใช้สีอะไร และขั้นตอนการทำอย่างไร แล้ว ก็คงต้องดำเนินการทำให้ได้ตามนั้น  ส่วนจะทำสีออกมาสวยหรือไม่นั้น  ก็คงต้องอ้างไปถึงบุคคลากร ( MAN ) คือช่างที่ชำนาญ มีประสบการณ์ ในการใช้เครื่องมือได้อย่างดี และที่ขาดไม่ได้ก็คือ เครื่องไม้ เครื่องมือ ( Machine ) ที่ดี ถูกต้อง เหมาะสม ก็จะทำให้งานออกมามัคุณภาพนั่นเอง
สุดท้ายนี้ หากเราทราบเรื่องราวแล้ว หากงานไม่สำคัญก็สามารถทำกันเองได้ แต่หากท่านไม่สะดวก หรือ งานที่ต้องทำ เป็นงานมีความสำคัญ ส่งผลต่อคุณภาพ ชื่เสียง หรือ ความคงทน  ก็จำเป็นต้องหา ผู้เชี่ยวชาญ  โดยเฉพาะเพื่อไม่ให้งานเกิดความเสียหาย หรือ ต้องมาซ่อมอยู่บ่อยๆ ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน  การใช้ผู้เชี่ยวชาญก็เป็นอีกทางเลือกนะครับ

เทคนิคขั้นเทพวิธีทาสีบ้านหลังเก่าให้สวยสดเหมือนใหม่

สำหรับคนที่อยู่บ้านของตัวเองมานานแสนนาน ทำให้บ้านสวยของเราสีที่ทาภายนอกซีดจืดจางลงไปนั้น วิธีหนึ่งที่จะช่วยให้บ้านมีชีวิตชีวามากขึ้นก็ทำได้ด้วยการทาสีบ้านใหม่ เพียงเท่านี้ก็ทำให้บ้านเก่าของเราดูสวยเหมือนใหม่ได้ ทางทีมงานจึงได้ตามหาสุดยอดเทพเทคนิควิธีทาสีบ้านแบบคร่าวๆ มาให้ชม สำหรับเพื่อนที่ต้องการทาสีบ้านเอง หรือ เลือกทาเฉพาะส่วนที่ทาได้ง่าย บทความนี้รวมถึงวิธีการเลือกสี อุปกรณ์ที่ใช้ในการทาสี รวมถึงเทคนิคการทาสีแบบง่ายๆ อีกด้วย งานนี้ไม่่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือมือเก่าก็ทำให้เรามั่นใจและคล่องแคล่วที่จะทาสีบ้านกันมากขึ้นครับ

สีที่ใช้สำหรับงานปูน ได้แก่ สีทารองพื้นและสีจริง แตกต่างกันอย่างไร มีคำอธิบายครับ

1.สีทารองพื้น มีอยู่ 2 ชนิดด้วยกันครับ ได้แก่
– สีทารองพื้นชนิดที่ทำจากอะคริลิก ซึ่งจะช่วยป้องกันเชื้อราใช้ทารองพื้นผนังปูนฉาบทั่วๆ ไปก่อนทาควรผสมน้ำเจือจางประมาณ 20% ของสี
– สีทารองพื้นชนิดที่ทำมาจากอัลคาไล สีชนิดนี้นอกจากจะป้องกันเชื้อราได้ดีแล้วยังป้องกันความชื้นได้ดีกว่าสีทารองพื้นชนิดที่ทำจากอะคริลิกการใช้งานกับบ้านเก่าควรเลือกสีประเภทนี้ ชนิดรองพื้นปูนเก่า ผสมน้ำ 20% ทารองพื้นก่อนทาสีจริง

2.สีจริง หรือที่เราเคยได้ยินกันติดหูว่าสีน้ำพลาสติกนั่นล่ะครับ สีพวกนี้ทำมาจากสารจำพวกลาเท็กซ์และอะคริลิก
มีการยึดเกาะและยืดหยุ่นที่ดี มีส่วนผสมที่สามารถต่อต้านเชื้อราเหมาะกับสภาพอากาศเมืองร้อนอย่างบ้านเราทำความสะอาดง่ายก่อนใช้ควรผสมน้ำให้ได้สัดส่วนที่เหมาะสมตามที่ผู้ผลิตสีแนะนำไว้ (ข้างกระป๋องไงครับ)

สีที่ใช้สำหรับงานไม้

สีชนิดนี้มีประโยชน์ในด้านการป้องกันไม่ให้ความชื้นจากภายนอกเข้าไปทำลายเนื้อไม้ และ ยังช่วยรักษาความชื้นสัมพัทธ์ของเนื้อไม้เอาไว้ได้ดี ไม้จึงไม่เกิดการแตกร้าว หากได้รับการทาสีอย่างถูกวิธีสีทาไม้แบ่งออกเป็น 2 ชนิดเช่นเดียวกับสีทาปูน คือ สีรองพื้นและสีจริง

1.สีทารองพื้นไม้ มีอยู่ 2 ชนิดด้วยกันครับ ได้แก่ สีทารองพื้นไม้ชนิดผสมอะลูมิเนียม ใช้ทารองพื้นไม้ชั้นแรกเพื่อป้องกันยางไม้และความชื้นภายในไม่ให้ไหลออกมาปะปนกับสีจริง สีทารองพื้นไม้สีน้ำมัน เป็นสีที่แห้งเร็วเนื่องจากมีทินเนอร์เป็นส่วนผสมทำให้สีเจือจางเหมาะสำหรับทารองพื้นครั้งแรกหรือทาทับไม้ที่เคยทาสีอื่นมาก่อนสีชนิดนี้ทนทานต่อรอยขีดข่วนดี และทนความร้อนได้สูงถึง 90 องศาเซลเซียส

2.สีจริง คือ สีที่ทาลงไปชั้นนอกสุดเพื่อความสวยงาม สามารถเลือกได้ว่าจะใช้สีโทนไหนจะเอาหวานแหววหรือเข้มขรึมสักแค่ไหน แล้วแต่ความชอบของแต่ละท่านส่วนใหญ่ทำมาจากใยสังเคราะห์ เนื้อสีที่ทาแล้วจะมีความมันเป็นเงางาม มีการต้านทานเชื้อราที่ดีทนการขีดข่วนพอสมควร บางชนิดทนความร้อนได้สูงถึง 93 องศาเซลเซียส

สีที่ใช้สำหรับงานโลหะ จัดแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือสีทารองพื้นและสีจริง

1.สีทารองพื้นโลหะ มีอยู่ 2 ชนิดด้วยกันครับ ได้แก่ สีทารองพื้นโลหะชนิดผสมผงซิงค์โครเมท ภาษาชาวบ้านก็สีกันสนิมนั่นล่ะครับ สีชนิดนี้จะทำหน้าที่ป้องกัน ไม่ให้เหล็กสูญเสียอิเล็กตรอนให้กับอากาศ ดังนั้นเหล็กจึงไม่เกิดสนิม ก่อนทาควรกำจัดสนิมให้หมดเสียก่อน แล้วผสมให้เจือจางด้วยทินเนอร์ สีทารองพื้นโลหะชนิดที่ทำมาจากอีพอกซี่ ใช้ทารองพื้นผิวที่เป็นเหล็กป้องกันการกัดกร่อนได้ดีมาก สีชนิดนี้ส่วนใหญ่จะใช้ทารองพื้นโลหะในเรือเดินสมุทร

2.สีจริง เป็นสีที่ใช้ทาทับเพื่อความสวยงาม เป็นสีน้ำชนิดเดียวกับที่ใช้ทาไม้นั่นล่ะครับ เนื่องจากสีน้ำมันมีคุณสมบัติการยึดเกาะได้ดีทั้งไม้ ปูน และโลหะ (ผิวไม่เรียบ)

อุปกรณ์ทาสี

เครื่องไม้เครื่องมือที่คุณจะต้องเตรียมสำหรับการทาสีก็เป็นสิ่งจำเป็นเช่นกัน ต้องเลือกใช้ให้ถูกประเภทของสี เป็นความรู้ในการเลือกซื้อถูก จะได้ไม่ต้องเสียเงินฟรี หรือเสียเวลาเอาไปเปลี่ยนการทาสีน้ำมัน คุณจะต้องเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ดังนี้

1.แปรงสำหรับทาสีน้ำมัน มีขนาดความกว้างหลายขนาด หากพื้นที่กว้างก็เลือกชนิดหน้ากว้าง หากพื้นที่แคบก็เลือกขนาดเล็กๆ สักหน่อยสีจะได้ไม่เลอะส่วนที่อยู่ใกล้เคียงบริเวณที่จะทา

2.ภาชนะผสมสี ควรเตรียมให้มีขนาดที่เหมาะสมเพราะการผสมสีต้องผ่านกรรมวิธีการคนสีให้เข้ากับทินเนอร์ก่อนทาไม่ควรใช้ภาชนะพลาสติกนะครับเพราะทินเนอร์หรือน้ำมันสนนั้นจะกัดเนื้อผิวพลาสติกจนละลาย

3.ภาชนะแช่และล้างแปรง เมื่อทาสีเสร็จเรียบร้อย แปรงต่างๆ ยังคงสามารถเก็บไว้ใช้ได้ดังนั้นเราควรมีภาชนะสำหรับแช่และทำความสะอาดแปรงด้วยภาชนะไม่ควรเป็นพลาสติก เพราะทินเนอร์หรือน้ำมันสนนั้นจะกัดเนื้อผิวพลาสติกจนละลายเช่นกัน

การทาสีน้ำพลาสติก มีอุปกรณ์ต่างออกไปจากสีน้ำมันดังนี้ครับ

1.แปรงดอกหญ้า (ทำมาจากดอกหญ้า) ชนิดเดียวกับที่เราใช้กวาดบ้านนั่นล่ะแต่จะไม่มีด้ามมัดให้ปลายดอกบานออกใช้จุ่มสีทาได้ ช่างมืออาชีพส่วนใหญ่จะใช้แปรงชนิดนี้แปรงชนิดนี้ใช้แรกๆ มักจะมีสีเหลืองตกออกมา ดังนั้นควรแช่น้ำให้สีตกออกมาเสียก่อน จึงนำไปใช้ทาสีได้

2. ลูกกลิ้ง จะดีกว่าแปรงตรงที่ทาสีได้สม่ำเสมอ และรวดเร็วกว่าแต่ลูกกลิ้งไม่สามารถทาแทรกเข้าไปตามซอกมุมได้ ดังนั้นจึงต้องใช้แปรงช่วยในการเก็บงานอีกครั้งหนึ่ง

การเตรียมพื้นผิว

1.ผิวโลหะ : ถ้าเป็นสนิม อย่ามองข้ามให้กำจัด (ให้สิ้นซาก) ให้หมดก่อนด้วยการใช้กระดาษทรายขัดบริเวณที่เป็นสนิม แล้วทารองพื้นกันสนิมก่อนทาสีจริงทับ

2.ผิวไม้ : ต้องมั่นใจว่าไม้นั้นแห้งสนิทแล้วจึงทำการขัดด้วยกระดาษทรายให้เรียบเช็ดฝุ่นผงไม้ที่เกิดจากการขัดออกให้หมด ก่อนทาทับด้วยสีรองพื้นไม้กันเชื้อราหากเป็นไม้เก่าที่ผ่านการทาสีมาแล้ว แต่สภาพดีก็สามารถใช้กระดาษทรายบะเอียดขัดได้เลยก่อนล้างฝุ่นออกรอให้แห้งสนิท แล้วจึงทาสีทับต่อไปแต่ถ้าสีเดิมมีการหลุดร่อน แตกลาย จะต้องใช้น้ำยากัดสีเก่าออกก่อน น้ำยากัดสีตัวนี้แรงนะครับก่อนใช้ต้องมีการป้องกีนร่างกายของเราด้วยการใส่ถุงมือและระวังอย่าให้กระเด็นถูกส่วนต่างๆ ของร่างกายเพราะว่าจะแสบมาก เมื่อลอกสีเก่าออกหมดแล้ว ควรทำความสะอาด จากนั้นทารองพื้น 2 ครั้งทิ้งระยะเวลาห่างกัน 24 ชั่วโมง ก่อนทาทับอีกครั้ง หรือตามคำแนะนำของแต่ละผลิตภัณฑ์ (ข้างกระป๋อง)ส่วนสีจริงต้องทาชั้นแรกทิ้งไว้ 16 ชั่วโมงแล้วค่อยทาชั้นที่ 2

3.ผิวปูน : หากเป็นผนังปูนใหม่ต้องรอให้ผนังแห้งดีเสียก่อนแล้วใช้กระดาษทรายลูบเพื่อให้เม็ดทรายหรือคราบน้ำปูนหลุดออก ก่อนทาทับด้วยสีรองพื้น และสีจริงตามลำดับหากเป็นผนังเก่าให้ตรวจดูสภาพหากชำรุดมากให้ทำการล้างและขัดออกด้วยแปรงลวดจากนั้นอุดโป้วรอยร้าวก่อนทำการขัดด้วยกระดาษทราย ทารองพื้นด้วยสีรองพื้นปูนเก่า 1 ครั้งและสีจริง 3 ครั้งก็เป็นอันพอจะรู้ขั้นตอนต่างๆ ของการทาสีกันบ้างแล้วนะครับสำหรับท่านใดที่ไม่มีเวลาแต่อยากเปลี่ยนบ้านหลังเก่าของคุณให้ดูใหม่ก็จ้างช่างครับแต่เตือนกันไว้สักเล็กน้อยครับ ช่างบางคนตบตาเจ้าของบ้านเพราะความขี้เกียจ เช่นการเตรียมผิวไม้ต้องขัดกระดาษทรายให้เรียบร้อยก่อนแล้วจึงทาสีช่างบางคนแอบใช้สีพลาสติกทาทับอุดรอยเสี้ยนไม้ไปเลย รอจนแห้งแล้วใช้สีน้ำมันทาทับดูว่างานสีน้ำมันค่อนข้างเรียบร้อยแต่นานไปจะเกิดการแตกและหลุดร่อนออกมาต้องรื้องานมาซ่อมกันใหม่ภายหลังแบบนี้ไม่ดีแน่ หากมีเวลาแอบดูวิธีการทำงานของช่างบ้าง ก็จะดีนะครับ

บทความจาก: HOME CARE ผู้แต่ง: คุณวุฒิ นิยมทรัพย์